มีการใช้บังคับแนวทางการแก้ไขข้อพิพาทผู้บริโภคฉบับแก้ไขใหม่ ซึ่งปรับอัตราค่าปรับสูงสุดสำหรับการไม่มาใช้บริการร้านอาหารที่ต้องจองล่วงหน้าไว้ที่ 40% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด และร้านอาหารทั่วไปไว้ที่ 20% รวมถึงแบ่งเปอร์เซ็นต์ค่าปรับตามระยะเวลาที่ยกเลิกสัญญาจัดงานแต่งงาน สูงสุดที่ 70%
สำนักงานคณะกรรมการกำกับการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่าแนวทางดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อปรับมาตรฐานการคำนวณค่าปรับของร้านอาหารที่ต้องจองล่วงหน้าและสถานที่จัดงานแต่งงานให้สอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงทำให้เกณฑ์การแก้ไขข้อพิพาทในสาขาอื่นๆ เช่น โรงแรมและท่องเที่ยว มีความชัดเจนมากขึ้น
ภายใต้แนวทางใหม่ ร้านอาหารที่ต้องจองล่วงหน้า เช่น โอมาคาเสะ หรือ ไฟน์ไดนิ่ง จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มแยกต่างหาก โดยสามารถเรียกเก็บค่ามัดจำและค่าปรับสูงสุดได้ไม่เกิน 40% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในขณะที่ร้านอาหารทั่วไปจะจำกัดไว้ที่ 20% หากผู้ประกอบการต้องการใช้เกณฑ์ใหม่ จะต้องแจ้งให้ผู้บริโภครับทราบล่วงหน้าผ่านทางข้อความหรือช่องทางที่เข้าใจง่าย
นอกจากนี้ แนวทางยังกำหนดให้หากค่าปรับน้อยกว่าค่ามัดจำ ร้านอาหารจะต้องคืนส่วนต่างให้ผู้บริโภค และหากต้องการนับการมาสายว่าเป็นการไม่มาใช้บริการ จะต้องมีการแจ้งเกณฑ์ล่วงหน้าเช่นกัน สำหรับสถานที่จัดงานแต่งงาน ค่าปรับจะถูกแบ่งตามระยะเวลาก่อนวันงาน เช่น 40% หากยกเลิกก่อน 29-10 วัน และสูงสุด 70% หากยกเลิกในวันงาน